ทำไมมัทฉะเกรดสูงถึงต้องเก็บเกี่ยวในฤดูกาลแรก? (Ichibancha)
- 23 ต.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
ในหนึ่งปี ใบชาที่ใช้ทำมัทฉะไม่ได้ถูกเก็บเกี่ยวเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปในญี่ปุ่นจะมีการแบ่งฤดูกาลเก็บเกี่ยวออกเป็น 3 ช่วงหลัก คือ Ichibancha, Nibancha, และ Sanbancha
แล้วทำไมมัทฉะเกรดสูงจึงต้องมาจากฤดูแรกของปี?
Ichibancha (一番茶) หรือ “ฤดูเก็บเกี่ยวแรกของปี” ถือเป็นฤดูเก็บเกี่ยวที่สำคัญที่สุด ช่วงการเก็บเกี่ยวประมาณปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงหลังจากต้นชาผ่านการพักตัวในฤดูหนาวมาหลายเดือน
ใบชาฤดูนี้จึงอุดมไปด้วย กรดอะมิโน (Amino Acids) โดยเฉพาะ L-theanine ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ทำให้มัทฉะมีรสหวานนุ่ม ละมุน และมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะเดียวกัน ปริมาณ Catechin จะต่ำ จึงไม่ขม ไม่ฝาด แต่ให้รสกลมกล่อมและสมดุล อีกทั้งยังมี คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) สูง ทำให้มัทฉะมีสีเขียวสดสวยเป็นธรรมชาติ
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ชาที่เก็บเกี่ยวจาก Ichibancha จึงมักจะถูกนำมาใช้ทำ Ceremonial Grade Matcha หรือมัทฉะเกรดพิธีชงชา ที่เน้นความซับซ้อนของรสชาติและกลิ่นหอมเป็นพิเศษ
พอเข้าสู่ช่วงต่อมา Nibancha (二番茶) จะเก็บเกี่ยวประมาณเดือนมิถุนายน ช่วงนี้ใบชาจะได้รับแสงมากขึ้น ทำให้ L-theanine ลด แต่ Catechin เพิ่มขึ้น รสชาติจึงเข้มขึ้นและฝาดขึ้นเล็กน้อย มักถูกนำไปทำมัทฉะเกรดรอง หรือชาเขียวชนิดอื่นแทน
ส่วน Sanbancha (三番茶) ที่เก็บในช่วงกลางถึงปลายฤดูร้อน ใบจะแข็งและหนาขึ้น มี Catechin สูง และกลิ่นหอมลดลง มักถูกนำไปใช้ทำชาเขียวประเภทอื่น เช่น Hojicha หรือ Genmaicha มากกว่า
ดังนั้น มัทฉะเกรดสูงจึงมักมาจาก Ichibancha หรือฤดูเก็บเกี่ยวแรกของปี
เพราะเป็นช่วงที่ใบชาอยู่ในสภาวะสมดุลที่สุด อุดมไปด้วยรสหวานตามธรรมชาติ สีเขียวสด และกลิ่นหอมละเมียดที่สุดของปี






ความคิดเห็น